เคล็ดลับการเคลมประกันกรณีโดนชนแล้วหนีโดยไม่มีกล้องหน้ารถ
หนึ่งในฝันร้ายของคนรักรถคือ การพบว่ารถยนต์ของตัวเองที่จอดไว้เฉย ๆ หรือขับอยู่บนถนน ถูกคู่กรณีเฉี่ยวชนแล้วเร่งเครื่องหนีหายไป (Hit and Run) และสิ่งที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือ "เราไม่มีกล้องหน้ารถ" หรือกล้องหน้ารถเสียกะทันหันในเวลานั้น
เมื่อไม่มีหลักฐานมัดตัวคู่กรณีคาหนังคาเขา หลายคนคิดว่าตัวเองต้องยอมรับสภาพและจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด แต่ความจริงแล้ว คุณยังมีสิทธิ์เคลมประกันได้หากรู้วิธีการเคลมและขั้นตอนรวบรวมหลักฐานอย่างถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมเคล็ดลับการเคลมประกันกรณีชนแล้วหนีแบบไม่มีกล้องหน้ารถมาฝากกันครับ
1. เงื่อนไขประกันรถยนต์กับกรณีชนแล้วหนี
ก่อนจะเริ่มต้นค้นหาหลักฐาน เราต้องเข้าใจก่อนว่าเงื่อนไขประกันแต่ละชั้นให้ความคุ้มครองกรณีโดนชนแล้วหนีต่างกันอย่างไร:
- ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1: ให้ความคุ้มครองตัวรถของคุณในทุกกรณี แม้จะถูกชนแล้วหนีหาคู่กรณีไม่ได้ก็ตาม แต่กฎกติกาชี้ว่า หากไม่มีหลักฐานระบุคู่กรณีหรือเลขทะเบียนรถคันที่ชนเลย คุณจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) 1,000 บาท ตามข้อบังคับของ คปภ.
- ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+: คุ้มครองเฉพาะเมื่อเกิด "อุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบกและสามารถระบุคู่กรณีได้" เท่านั้น นั่นแปลว่าหากโดนชนแล้วหนีและคุณไม่มีทะเบียนรถคู่กรณี คุณจะไม่สามารถเคลมซ่อมรถตนเองได้เลยจนกว่าจะหาหลักฐานชี้ตัวคู่กรณีได้
หากระบุทะเบียนรถของคู่กรณีได้ บริษัทประกันจะสามารถสืบหาเจ้าของรถเพื่อไปดำเนินเรื่องเรียกเก็บเงินค่าซ่อมคืน (สวมสิทธิ์ไล่เบี้ย) ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท สำหรับชั้น 1 และสามารถเปิดเคลมได้ตามปกติสำหรับชั้น 2+ และ 3+
2. วิธีหาหลักฐานทดแทนเมื่อไม่มีกล้องหน้ารถ
หากไม่มีกล้องหน้ารถคอยช่วยบันทึกภาพ อย่าเพิ่งถอดใจ ให้ลองใช้วิธีรวบรวมพยานหลักฐานจากแหล่งอื่นดังต่อไปนี้:
1. ขอภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่
ตรวจสอบจุดเกิดเหตุว่ามีกล้องวงจรปิดของหน่วยงานใดติดตั้งอยู่บ้าง เช่น:
- กล้อง CCTV ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือเทศบาลท้องถิ่น: สามารถทำเรื่องขอดูกล้องวงจรปิดได้โดยนำใบแจ้งความระบุวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุที่ชัดเจน ไปยื่นคำร้องต่อศูนย์ควบคุมระบบกล้องของพื้นที่นั้น ๆ
- ร้านค้า อาคารสำนักงาน หรือบ้านเรือนประชาชน: เข้าไปติดต่อขอความอนุเคราะห์ขอดูกล้องวงจรปิดจากเจ้าของบ้านหรือผู้ประกอบการร้านค้าในเส้นทางที่เกิดเหตุ
2. สอบถามพยานบุคคล (Eyewitness)
มองหาคนในละแวกที่เกิดเหตุ เช่น พนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.), วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง, พ่อค้าแม่ค้าข้างทาง หรือแม้กระทั่งผู้ขับขี่รถคันอื่นที่จอดข้างเคียง ลองสอบถามว่าเห็นช่วงเกิดเหตุหรือไม่ และมีใครสามารถช่วยจำป้ายทะเบียน ยี่ห้อ หรือสีของรถคันที่หนีไปได้บ้าง
3. พลังของโซเชียลมีเดีย
ลองโพสต์เรื่องราวลงในกลุ่มข่าวสารประจำท้องถิ่น กลุ่มจราจร หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่อสอบถามว่ามีเพื่อนร่วมทางคนใดที่ขับรถผ่านจุดดังกล่าวในช่วงเวลาเกิดเหตุ และมีกล้องหน้ารถบันทึกวินาทีเฉี่ยวชนไว้ได้บ้าง ซึ่งในปัจจุบันพลังโซเชียลช่วยตามหาคู่กรณีได้บ่อยครั้ง
ถึงแม้จะเป็นมุมมองจากรถคันอื่น แต่หากคลิปบันทึกเห็นทะเบียนรถคู่กรณีขณะชนหรือขณะหลบหนีอย่างชัดเจน บริษัทประกันและตำรวจจะยอมรับเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีและเคลมประกันได้เช่นเดียวกัน
3. ขั้นตอนการแจ้งเคลมประกันเมื่อโดนชนแล้วหนี
หากตรวจพบว่ารถถูกชนแล้วหนี ให้ดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ตามลำดับเพื่อสิทธิ์ในการซ่อมรถของคุณดังนี้:
1. ห้ามเคลื่อนย้ายรถ (ถ้าเพิ่งเกิดเหตุและยังจอดขวางอยู่): ถ่ายรูปความเสียหายรอบด้าน รูปตำแหน่งพิกัดที่เกิดเหตุให้ครบถ้วน
2. เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ: แจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ตำรวจออก "ใบบันทึกประจำวันคดีชนแล้วหนี" โดยในใบแจ้งความต้องระบุรายละเอียดจุดเกิดเหตุ วันและเวลาคร่าวๆ ให้ชัดเจนที่สุด เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด
3. ติดต่อหาพยานหลักฐาน: นำหนังสือประสานงานขอดูกล้องจากตำรวจไปติดต่อสถานที่เพื่อดึงข้อมูลคลิปวิดีโอ
4. แจ้งเคลมกับบริษัทประกัน: ส่งเอกสารใบแจ้งความ ภาพถ่ายความเสียหาย และคลิปวิดีโอคู่กรณี (ถ้าหาได้) ให้พนักงานเคลมประกันออกใบเคลมให้
4. สรุปความคุ้มครองและการจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess)
| ระดับหลักฐานที่หาได้ | ประกันภัยชั้น 1 | ประกันภัยชั้น 2+ / 3+ |
|---|---|---|
| หาทะเบียนรถ/หลักฐานคู่กรณีได้ชัดเจน | เคลมได้ฟรี (ไม่เสีย Excess) | เคลมซ่อมรถตนเองได้ปกติ |
| หาหลักฐานชี้ตัวรถคันอื่นไม่ได้เลย | เคลมได้ (เสียค่า Excess 1,000 บ.) | เคลมซ่อมรถไม่ได้ |
สรุป
การถูกชนแล้วหนีโดยไม่มีกล้องหน้ารถ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด หากคุณทำประกันภัยชั้น 1 คุณยังสามารถเคลมประกันเพื่อทำสีและซ่อมแซมได้ แต่อาจต้องแลกกับการจ่ายค่า Excess 1,000 บาท หากตามหาตัวคู่กรณีไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การเสียเวลาตามหากล้องวงจรปิดหรือพยานรอบข้างเพื่อนำทะเบียนรถของคู่กรณีมาแจ้งความ จะช่วยให้คุณประหยัดเงินค่า Excess และเปิดโอกาสให้ผู้ถือประกัน 2+ และ 3+ เคลมประกันได้อีกด้วย ดังนั้น แนะนำให้ติดตั้งกล้องหน้ารถที่มีระบบบันทึกขณะจอดไว้จะปลอดภัยที่สุด
ซื้อประกันภัยรถยนต์รู้ใจผ่าน มิสเตอร์เสริม (Mrserm.com) คุ้มค่าที่สุด
หากคุณต้องการความอุ่นใจในการขับขี่และกำลังมองหาประกันภัยที่คุ้มค่า แนะนำให้เลือกซื้อประกันภัยรู้ใจผ่าน มิสเตอร์เสริม (mrserm.com) ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นทางการ ซึ่งมอบความคุ้มค่าให้คุณถึง 3 ต่อ:
🎁 สิทธิพิเศษคุ้ม 3 ต่อ เมื่อซื้อประกันรู้ใจผ่าน Mrserm.com
- ราคาและโปรโมชั่นตรงจากรู้ใจ: เบี้ยประกันและข้อเสนอพิเศษทุกอย่างส่งตรงจากระบบรู้ใจ ไม่มีชาร์จเพิ่ม และได้รับแต้มสะสม Roojai Rewards ตามปกติ
- รับส่วนลด Cashback คืนเงินสด 5%: สิทธิพิเศษคืนเงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณทันที 5% ของค่าเบี้ยประกันสุทธิ หลังจากกรมธรรม์อนุมัติเรียบร้อยแล้ว
- ดูแลส่วนตัวโดย อรรถสิทธิ์ เสริมธนวิศาล: ผมเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจาก คปภ. (เลขที่ 6304013202) คอยเป็นที่ปรึกษา แนะนำการเลือกแผนประกันภัย และดูแลประสานงานตอนเคลมเพื่อให้คุณมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
เช็คเบี้ยและซื้อประกันภัยรู้ใจออนไลน์
ประหยัดสูงสุด 30% คลุมครองทันที + รับสิทธิ์เงินคืนเพิ่ม 5% จากมิสเตอร์เสริม
Line ID: @mrserm