ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการคำนวณค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์?
หลายคนเคยเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมรถยนต์รุ่นเดียวกัน สภาพเหมือนกัน แต่เมื่อคำนวณค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ออกมาแล้ว ราคาที่ต้องจ่ายของแต่ละคนกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง? นั่นเป็นเพราะว่าบริษัทประกันภัยรถยนต์ไม่ได้ใช้เพียงแค่ชนิดของรถเป็นตัวตั้งในการคิดราคาเบี้ยประกัน แต่ยังมี "เกณฑ์ประเมินเบี้ยประกันภัย" อื่น ๆ ที่สะท้อนถึงระดับความเสี่ยงของตัวผู้ขับขี่และสภาพแวดล้อมประกอบด้วย
ในบทความนี้ มิสเตอร์เสริม (Mrserm) จะมาอธิบายอย่างละเอียดถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อเบี้ยประกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในการวางแผนซื้อประกันภัยรถยนต์ให้ประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากยิ่งกันครับ
6 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการประเมินเบี้ยประกันภัยรถยนต์
1. อายุและเพศของผู้ขับขี่
สถิติบนท้องถนนระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ระดับช่วงอายุส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการขับขี่และความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ กลุ่มผู้ขับขี่ที่อายุน้อยกว่า 25 ปี หรือไม่มีใบขับขี่มาก่อน มักถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มผู้ใหญ่หรือผู้ขับขี่ที่แต่งงานแล้ว ทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยแพงกว่า นอกจากนี้ในบางกรณีบริษัทประกันยังพิจารณาเรื่องเพศ โดยกลุ่มผู้หญิงมักถูกมองว่ามีพฤติกรรมการขับขี่ที่ใจเย็นและปลอดภัยกว่าในระยะยาวในบางกลุ่มประเภทรถ
2. ประวัติการขับขี่และการเคลม (NCD)
นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการปรับลดเบี้ยประกันประจำปี หากผู้ขับขี่ไม่มีประวัติการแจ้งเคลมชนแบบเป็นฝ่ายผิดเลยในรอบปีที่ผ่านมา จะได้รับ ส่วนลดประวัติดี (No Claim Discount หรือ NCD) สะสมสูงสุดถึง 50% แต่ในทางตรงกันข้าม หากมีประวัติเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเป็นฝ่ายผิด ค่าเบี้ยในปีถัดไปก็จะถูกปรับเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
3. ยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์
มูลค่าทรัพย์สินและค่าซ่อมแซมของรถยนต์แต่ละคันมีความแตกต่างกันอย่างมาก รถยนต์นำเข้า รถยนต์ยุโรป หรือรถยนต์กลุ่มพลังงานไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่ ๆ มักมีราคาค่าเบี้ยสูงกว่ารถเก๋งญี่ปุ่นทั่วไป เนื่องจากอะไหล่มีราคาแพงและจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีหรืออู่ซ่อมเฉพาะทางเท่านั้น
4. ขนาดเครื่องยนต์ (CC)
ขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่ (เช่น เครื่องยนต์ 2,000 CC ขึ้นไป) หรือรถยนต์ที่มีระบบเทอร์โบเพิ่มความเร็ว มักจะมีความเร็วและกำลังเครื่องยนต์ที่สูงกว่า ทำให้ความรุนแรงของอุบัติเหตุสูงตามไปด้วย รถประเภท Eco Car ขนาดเครื่องยนต์ 1,200 CC จึงมีค่าเบี้ยเฉลี่ยถูกกว่ารถกระบะหรือรถสปอร์ตขนาดใหญ่
5. ที่อยู่อาศัยและการจอดรถ
หากอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครหรือเมืองใหญ่ที่มีความหนาแน่นของการจราจรสูง โอกาสในการเกิดเฉี่ยวชนก็จะมีมากกว่าพื้นที่ต่างจังหวัด นอกจากนี้ ลักษณะการจอดรถยนต์ เช่น จอดในโรงรถมีประตูปิดมิดชิด หรือจอดริมถนนสาธารณะ ก็ถูกนำมาประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดภัยโจรกรรมและภัยธรรมชาติเช่นกัน
6. ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
การตกลงจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิด เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยรายปีลดลงอย่างมาก ยิ่งคุณยินดีรับผิดชอบค่าส่วนแรกสูง (เช่น 3,000 หรือ 5,000 บาท) ค่าเบี้ยประกันรายปีก็จะยิ่งถูกลง
ตารางสรุปปัจจัยและระดับผลกระทบต่อเบี้ยประกันภัย
| ปัจจัยประเมินความเสี่ยง | ระดับความเสี่ยงสูง (เบี้ยแพง) | ระดับความเสี่ยงต่ำ (เบี้ยถูก) |
|---|---|---|
| อายุผู้ขับขี่ | ต่ำกว่า 25 ปี (พฤติกรรมขับขี่เร็ว) | 30 - 50 ปี (มีความมั่นคงสูง) |
| ประวัติขับขี่ | มีเคลมฝ่ายผิดบ่อยครั้งในรอบปี | ไม่มีประวัติเคลมชน ได้รับส่วนลด NCD |
| ยี่ห้อและรุ่นรถ | รถสปอร์ต รถนำเข้า รถหรู หรือ EV | รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป รถ Eco Car |
| ลักษณะการจอด | ริมถนนนอกบ้าน ไม่มีกล้องวงจรปิด | ในบ้าน มีหลังคาและกล้องวงจรปิด |
การดัดแปลงสภาพเครื่องยนต์ การติดตั้งเทอร์โบ หรือเปลี่ยนประเภทเชื้อเพลิงโดยไม่แจ้งให้บริษัทประกันทราบล่วงหน้า อาจส่งผลให้เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นในอนาคต หรือทำให้บริษัทปฏิเสธการชดเชยค่าเสียหายเมื่อเกิดเหตุได้
เคล็ดลับการประหยัดเบี้ยประกันภัยที่ได้ผลจริง
หากต้องการควบคุมราคาเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด แนะนำให้ทำตามวิธีเหล่านี้:
- เลือกทำแผนระบุชื่อผู้ขับขี่: หากใช้งานรถยนต์คนเดียวหรือสองคนเป็นประจำ การระบุชื่อผู้ขับขี่จะช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้สูงสุดถึง 20%
- ติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์: ได้รับส่วนลดทันที 5-10% ของเบี้ยประกันภัยสุทธิตามประกาศ คปภ.
- เลือกทุนประกันที่สมดุล: ทุนประกันภัยควรสอดคล้องกับราคากลางของรถยนต์ในปีนั้น ๆ (ปกติประเมินที่ 80% ของราคาขายต่อ) เพื่อเลี่ยงการจ่ายเบี้ยเกินความจำเป็น
การสะสมสิทธิ์ No Claim Discount (NCD) นานติดต่อกัน 4 ปี จะช่วยลดค่าเบี้ยได้ถึงครึ่งหนึ่ง (50%) ดังนั้นการขับขี่รถอย่างระมัดระวังจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการประหยัดเบี้ยประกันระยะยาว
สรุป
ความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่ใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ จะทำให้ผู้ขับขี่สามารถประเมินความต้องการในการใช้งานรถและเลือกแผนประกันที่สอดรับกับความเสี่ยงจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณในระยะยาวครับ
ซื้อประกันภัยรถยนต์รู้ใจผ่าน มิสเตอร์เสริม (Mrserm.com) คุ้มค่าที่สุด
หากคุณต้องการความอุ่นใจในการขับขี่และกำลังมองหาประกันภัยที่คุ้มค่า แนะนำให้เลือกซื้อประกันภัยรู้ใจผ่าน มิสเตอร์เสริม (mrserm.com) ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นทางการ ซึ่งมอบความคุ้มค่าให้คุณถึง 3 ต่อ:
🎁 สิทธิพิเศษคุ้ม 3 ต่อ เมื่อซื้อประกันรู้ใจผ่าน Mrserm.com
- ราคาและโปรโมชั่นตรงจากรู้ใจ: เบี้ยประกันและข้อเสนอพิเศษทุกอย่างส่งตรงจากระบบรู้ใจ ไม่มีชาร์จเพิ่ม และได้รับแต้มสะสม Roojai Rewards ตามปกติ
- รับส่วนลด Cashback คืนเงินสด 5%: สิทธิพิเศษคืนเงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณทันที 5% ของค่าเบี้ยประกันสุทธิ หลังจากกรมธรรม์อนุมัติเรียบร้อยแล้ว
- ดูแลส่วนตัวโดย อรรถสิทธิ์ เสริมธนวิศาล: ผมเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจาก คปภ. (เลขที่ 6304013202) คอยเป็นที่ปรึกษา แนะนำการเลือกแผนประกันภัย และดูแลประสานงานตอนเคลมเพื่อให้คุณมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
เช็คเบี้ยและซื้อประกันภัยรู้ใจออนไลน์
ประหยัดสูงสุด 30% คลุมครองทันที + รับสิทธิ์เงินคืนเพิ่ม 5% จากมิสเตอร์เสริม
Line ID: @mrserm