เข้าใจกลุ่มตารางเบี้ยประกันภัยและกลุ่มรถยนต์ในการคำนวณเบี้ย
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมประกันรถยนต์รุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน แต่ค่าเบี้ยประกันถึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง? หรือทำไมรถยนต์บางยี่ห้อถึงมีเบี้ยประกันที่แพงกว่ารถทั่วไปหลายเท่าตัว? ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่บริษัทประกันภัยใช้ในการประเมินและกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยก็คือ "กลุ่มรถยนต์" (Car Insurance Groups) ซึ่งได้รับการจัดทำและกำหนดมาตรฐานโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย
บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มตารางเบี้ยประกันภัยและกลุ่มรถยนต์ 1-5 ว่าคืออะไร มีการแบ่งเกณฑ์อย่างไร และส่งผลต่อกระเป๋าเงินของคุณในการจ่ายเบี้ยประกันภัยในแต่ละปีอย่างไรบ้าง
กลุ่มรถยนต์ (Car Insurance Groups) คืออะไร?
ในการคำนวณเบี้ยประกันภัยรถยนต์ บริษัทประกันภัยไม่สามารถกำหนดราคาสุ่มสี่สุ่มห้าได้ แต่ต้องอ้างอิงตามโครงสร้างราคาที่สะท้อนถึงความเสี่ยงและมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง ดังนั้น จึงมีการจัดหมวดหมู่หรือกลุ่มรถยนต์ขึ้นมาตามเกณฑ์ต่างๆ เช่น มูลค่ารถยนต์เริ่มต้น อัตราส่วนกำลังแรงม้า เทคโนโลยีของตัวรถ ค่าอะไหล่ และความยากง่ายในการซ่อมแซม โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลักๆ ยิ่งกลุ่มตัวเลขน้องลง (เช่น กลุ่ม 1) ความเสี่ยงและราคาค่าซ่อมก็จะยิ่งสูง ส่งผลให้เบี้ยประกันแพงตามไปด้วย
ตารางเปรียบเทียบกลุ่มรถยนต์ 1 - 5
ตารางด้านล่างนี้แสดงการจัดกลุ่มรถยนต์ตามเกณฑ์มาตรฐานเพื่อการคำนวณเบี้ยประกันภัย พร้อมตัวอย่างรุ่นรถและผลกระทบต่อเบี้ยประกัน:
| กลุ่มรถ | คำจำกัดความ / ลักษณะรถ | ตัวอย่างยี่ห้อและรุ่นรถ | ระดับเบี้ยประกันภัย |
|---|---|---|---|
| กลุ่ม 1 | รถซูเปอร์คาร์ (Supercar), สปอร์ตหรูหรา และรถนำเข้าพิเศษที่มีแรงม้าสูง เทคโนโลยีสูง | Ferrari, Lamborghini, Porsche, Bentley, Aston Martin, Mercedes-AMG (บางรุ่น) | สูงที่สุด (หลักแสนบาทขึ้นไป) |
| กลุ่ม 2 | รถยนต์ยุโรปหรูหรา หรือรถนำเข้าขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีราคาแพง | BMW (Series 3/5/7), Mercedes-Benz (C/E/S-Class), Audi, Volvo, Lexus | สูง (ประมาณ 30,000 - 80,000 บาท) |
| กลุ่ม 3 | รถยนต์ญี่ปุ่นหรือรถเอเชียขนาดใหญ่ รถยนต์ยุโรปขนาดเล็ก หรือรถ SUV/PPV ยอดนิยม | Toyota Camry, Honda Accord, Mazda CX-5, Toyota Fortuner, Isuzu MU-X | ปานกลาง (ประมาณ 18,000 - 30,000 บาท) |
| กลุ่ม 4 | รถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดกลาง (C-Segment) รถกระบะ 4 ประตู และกระบะใช้งานทั่วไป | Honda Civic, Toyota Corolla Altis, Mazda 3, Toyota Hilux Revo, Isuzu D-Max | สมเหตุสมผล (ประมาณ 14,000 - 20,000 บาท) |
| กลุ่ม 5 | รถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็ก (B-Segment), Eco Car และรถ City Car ยอดนิยมในไทย | Toyota Yaris/Vios, Honda City/Jazz, Mazda 2, Suzuki Swift, Mitsubishi Mirage | ย่อมเยาที่สุด (ประมาณ 9,000 - 15,000 บาท) |
เจาะลึกรายละเอียดรถแต่ละกลุ่มและปัจจัยผลกระทบต่อเบี้ยประกัน
กลุ่ม 1: รถซูเปอร์คาร์และรถสปอร์ตนำเข้า (Supercars & Exotics)
รถกลุ่มนี้มีมูลค่าตัวรถสูงมาก (ตั้งแต่ 7-8 ล้านบาทไปจนถึงหลักสิบล้านหรือร้อยล้านบาท) อะไหล่ทุกชิ้นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และมักต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการซ่อมแซม การเคลมแต่ละครั้งจึงมีมูลค่าความเสียหายที่สูงมาก ค่าเบี้ยประกันของรถกลุ่มนี้จึงมีราคาสูงที่สุด และบางบริษัทประกันภัยอาจเลือกที่จะไม่รับประกันรถยนต์ในกลุ่มนี้ หรือมีการประเมินเป็นรายกรณี (Case by Case) เท่านั้น
กลุ่ม 2: รถยุโรปหรูหรา (Premium European Cars)
แบรนด์ยอดนิยมอย่าง Mercedes-Benz, BMW หรือ Volvo จัดอยู่ในกลุ่มนี้ แม้จะมีการประกอบในประเทศสำหรับบางรุ่น แต่อะไหล่สำคัญและระบบอิเล็กทรอนิกส์ยังคงมีราคาสูง รวมถึงค่าแรงในศูนย์บริการที่เป็นมาตรฐานยุโรป ทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่ารถญี่ปุ่นค่อนข้างมาก
กลุ่ม 3: รถญี่ปุ่นขนาดใหญ่และรถ SUV ขนาดใหญ่ (Large Executive & SUVs)
เป็นกลุ่มรถยนต์ที่เป็นที่นิยมของกลุ่มครอบครัวและผู้บริหารระดับกลาง รถยนต์ในกลุ่มนี้มีขนาดตัวรถที่ใหญ่ มีเทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากรถทั่วไป เช่น ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติหรือเรดาร์ตรวจจับวัตถุ ทำให้มีค่าชิ้นส่วนอะไหล่ที่แพงกว่ารุ่นปกติ แต่ด้วยความที่เป็นแบรนด์ยอดนิยม อะไหล่ทดแทนจึงหาได้ง่ายกว่าและมีเบี้ยประกันที่ยังอยู่ในระดับสมเหตุสมผล
กลุ่ม 4: รถยนต์นั่งขนาดกลางและรถกระบะใช้งาน (C-Segment & Pickups)
รถกลุ่มนี้ถือเป็นกระดูกสันหลังของระบบขนส่งและตลาดรถยนต์ไทย ทั้งรถยนต์ระดับ C-Segment เช่น Civic หรือ Altis และรถกระบะแบรนด์ดัง เบี้ยประกันภัยในกลุ่มนี้ถือเป็นค่าเฉลี่ยมาตรฐานที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ง่าย อะไหล่หาง่ายทั้งอู่นอกและศูนย์บริการ
กลุ่ม 5: รถยนต์ขนาดเล็กและ Eco Car (City Cars & Subcompacts)
นี่คือกลุ่มที่มีอัตราเบี้ยประกันภัยถูกที่สุด เนื่องจากขนาดของเครื่องยนต์ที่เล็ก ชิ้นส่วนอะไหล่ไม่ซับซ้อน และมีจำนวนอู่ซ่อมที่รองรับเป็นจำนวนมาก รถยนต์กลุ่มนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและมองหาความคุ้มค่าสูงสุดในการทำประกันภัยรถยนต์
ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตารางเบี้ยประกันภัย
นอกจากตัวกลุ่มรถยนต์เองแล้ว บริษัทประกันภัยยังใช้ปัจจัยร่วมอื่นๆ ในการคำนวณเบี้ยประกัน ได้แก่:
- ประวัติการขับขี่ (Claim History): หากไม่มีการเคลมฝ่ายผิดเลย คุณมีโอกาสได้รับส่วนลดประวัติดี (No Claim Discount - NCD) สูงสุดถึง 50%
- อายุของผู้ขับขี่ (Driver's Age): ผู้ขับขี่ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี จะถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า จึงมีเบี้ยประกันที่สูงกว่ากลุ่มผู้ใหญ่วัยทำงาน
- ลักษณะการใช้รถ (Usage Type): รถที่ใช้ส่วนบุคคลจะมีเบี้ยประกันที่ถูกกว่ารถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์หรือรับจ้าง
- พื้นที่การใช้งาน (Location): การขับขี่ในเขตเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครที่มีสถิติอุบัติเหตุสูง อาจมีค่าเบี้ยที่ต่างกับเขตต่างจังหวัดที่การจราจรเบาบางกว่า
สรุป: เลือกกลุ่มรถที่ใช่ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายประกันภัยอย่างฉลาด
การเข้าใจการจัดกลุ่มรถยนต์ของ คปภ. จะช่วยให้คุณประเมินค่าใช้จ่ายในการครอบครองรถยนต์ (Total Cost of Ownership) ได้อย่างรอบคอบยิ่งขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อรถใหม่ หากคุณมีงบประมาณจำกัด การเลือกรถในกลุ่ม 4 หรือกลุ่ม 5 จะช่วยให้คุณประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยและค่าซ่อมบำรุงไปได้ในระยะยาว ในขณะที่หากคุณเลือกใช้รถกลุ่ม 1 หรือกลุ่ม 2 คุณควรเตรียมงบประมาณสำหรับค่าเบี้ยประกันภัยและค่าดูแลรักษาเฉพาะทางที่สูงขึ้นตามลำดับความหรูหราและสมรรถนะของรถยนต์
ซื้อประกันภัยรถยนต์รู้ใจผ่าน มิสเตอร์เสริม (Mrserm.com) คุ้มค่าที่สุด
หากคุณต้องการความอุ่นใจในการขับขี่และกำลังมองหาประกันภัยที่คุ้มค่า แนะนำให้เลือกซื้อประกันภัยรู้ใจผ่าน มิสเตอร์เสริม (mrserm.com) ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นทางการ ซึ่งมอบความคุ้มค่าให้คุณถึง 3 ต่อ:
🎁 สิทธิพิเศษคุ้ม 3 ต่อ เมื่อซื้อประกันรู้ใจผ่าน Mrserm.com
- ราคาและโปรโมชั่นตรงจากรู้ใจ: เบี้ยประกันและข้อเสนอพิเศษทุกอย่างส่งตรงจากระบบรู้ใจ ไม่มีชาร์จเพิ่ม และได้รับแต้มสะสม Roojai Rewards ตามปกติ
- รับส่วนลด Cashback คืนเงินสด 5%: สิทธิพิเศษคืนเงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณทันที 5% ของค่าเบี้ยประกันสุทธิ หลังจากกรมธรรม์อนุมัติเรียบร้อยแล้ว
- ดูแลส่วนตัวโดย อรรถสิทธิ์ เสริมธนวิศาล: ผมเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจาก คปภ. (เลขที่ 6304013202) คอยเป็นที่ปรึกษา แนะนำการเลือกแผนประกันภัย และดูแลประสานงานตอนเคลมเพื่อให้คุณมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
เช็คเบี้ยและซื้อประกันภัยรู้ใจออนไลน์
ประหยัดสูงสุด 30% คลุมครองทันที + รับสิทธิ์เงินคืนเพิ่ม 5% จากมิสเตอร์เสริม
Line ID: @mrserm