ทะเลาะวิวาทแล้วคู่กรณีทำลายรถยนต์เสียหาย ประกันเคลมให้ไหม?
บนท้องถนนในปัจจุบัน ปัญหาการกระทบกระทั่งหรือเหตุการณ์ "หัวร้อน" (Road Rage) นำไปสู่การทะเลาะวิวาทเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และในหลายสถานการณ์ เหตุการณ์ไม่ได้จบลงเพียงแค่การด่าทอ แต่ลุกลามไปถึงขั้นที่คู่กรณีจงใจทุบรถยนต์ ขว้างปาข้าวของใส่ หรือขับรถชนเพื่อจงใจทำลายทรัพย์สินให้เสียหาย
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เจ้าของรถหลายคนเกิดความกังวลใจว่า "ถ้าคู่กรณีจงใจทำลายรถยนต์เสียหายในระหว่างการทะเลาะวิวาท ประกันภัยรถยนต์จะยังเคลมให้ได้หรือไม่?" บทความนี้จะพาทุกท่านไปหาคำตอบในแง่ของเงื่อนไขความคุ้มครองทางประกันภัยและแง่มุมทางกฎหมายที่คุณควรรู้
1. ทุบรถโดยเจตนา ประกันรถยนต์ชั้น 1 เคลมได้ไหม?
สำหรับผู้ที่ทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด ซึ่งรวมถึงภัยที่เกิดจาก "การเจตนาร้ายของบุคคลภายนอก" หรือการก่อวินาศกรรม/การทุบทำลายทรัพย์สินด้วย ดังนั้น ในทางหลักการแล้ว หากมีผู้อื่นมาจงใจทุบรถ ขูดขีดสีรถ หรือปาหินใส่รถจนเกิดความเสียหาย ประกันภัยชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองและสามารถเคลมได้
บริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่ซ่อมแซมรถยนต์ให้คุณตามเงื่อนไขกรมธรรม์ จากนั้นบริษัทประกันภัยจะสวมสิทธิ์ (Subrogation) ไปไล่เบี้ยหรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีที่ทำลายรถของคุณในภายหลัง โดยคุณต้องมีหลักฐานชัดเจนว่าใครเป็นผู้กระทำผิด
2. ข้อยกเว้นสำคัญ: กรณี "สมัครใจทะเลาะวิวาท"
แม้ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองการถูกทำลายทรัพย์สิน แต่ก็มี "ข้อยกเว้นการคุ้มครอง" (Exclusions) ที่ผู้เอาประกันภัยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ นั่นคือกรณีที่ผู้ขับขี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ "สมัครใจทะเลาะวิวาท"
หากสืบสวนพบว่าตัวผู้ขับขี่ (ผู้เอาประกัน) เป็นฝ่ายเริ่มก่อเหตุก่อน มีการท้าทาย หรือสมัครใจเข้าร่วมการต่อสู้/ทะเลาะวิวาท จนเป็นเหตุให้คู่กรณีเกิดโทสะแล้วหันมาทุบรถยนต์ของคุณ ในทางกฎหมายและการประกันภัยจะถือว่าผู้เอาประกันมีส่วนร่วมในการทำให้เกิดภัยดังกล่าว หรือเป็นการกระทำโดยเจตนาสร้างความเสี่ยง ซึ่งทำให้บริษัทประกันภัยมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้
แต่หากคุณเป็นฝ่ายถูกกระทำโดยตรง เช่น จอดรถอยู่เฉย ๆ แล้วมีคนเมาเดินมาทุบรถ หรือขับรถอยู่ดี ๆ แล้วมีคนเข้ามาหาเรื่องโดยที่คุณไม่ได้ตอบโต้หรือมีเจตนาทะเลาะวิวาทด้วย แบบนี้จะถือเป็นภัยจากการกระทำโดยเจตนาร้ายของบุคคลภายนอกอย่างแท้จริง ประกันภัยชั้น 1 จะคุ้มครองตามปกติ
3. หากทำประกันชั้น 2+, 3+ หรือชั้น 3 จะเคลมได้ไหม?
หากคุณไม่ได้ทำประกันชั้น 1 แต่เลือกทำประกันชั้นอื่น ๆ เงื่อนไขการเคลมจะเป็นดังนี้:
- ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+: คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อตัวรถยนต์ที่เกิดจากการชนกับยานพาหนะทางบก (รถชนรถ) และต้องระบุคู่กรณีได้เท่านั้น ดังนั้น กรณีโดนทุบรถ ขว้างปาสิ่งของใส่ หรือคู่กรณีเดินมาทุบรถโดยไม่ได้ใช้รถยนต์ชน จะไม่สามารถเคลมประกันเพื่อซ่อมรถของตนเองได้
- ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3: ไม่คุ้มครองความเสียหายของตัวรถคันเอาประกันภัยในทุกกรณี (ซ่อมเฉพาะรถคู่กรณีหากเกิดอุบัติเหตุจากการขับชน)
คุณไม่สามารถเคลมประกันเพื่อซ่อมรถตนเองได้โดยตรง สิ่งเดียวที่ทำได้คือต้องแจ้งความดำเนินคดีอาญากับคู่กรณี และเรียกร้องให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดส่วนตัว (คดีทางแพ่งและทางอาญา)
4. ความรับผิดชอบทางกฎหมายของคู่กรณี: คดีทำให้เสียทรัพย์
การเจตนาทำลายรถยนต์ของผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย ถือเป็นความผิดทางอาญาที่ชัดเจนตามประมวลกฎหมายอาญา:
| ฐานความผิด / ข้อกฎหมาย | มาตรา | บทลงโทษ |
|---|---|---|
| ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ | มาตรา 358 | จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| ทำให้เสียทรัพย์ที่มีเหตุฉกรรจ์ (เช่น ทรัพย์สินที่ใช้เพื่อสาธารณะ) | มาตรา 360 | จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
คดีทำให้เสียทรัพย์เป็นความผิดอันยอมความได้ หากคู่ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายจนเป็นที่พึงพอใจ เจ้าของรถก็สามารถถอนฟ้องได้ แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็ต้องดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมายจนถึงที่สุด
5. ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทแล้วรถยนต์ถูกทำลาย
หากคุณต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตที่มีคนพยายามเข้ามาทำลายรถของคุณ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อความปลอดภัยและประโยชน์ในการเคลมประกัน:
1. ล็อกรถและอย่าลงไปเผชิญหน้า: ความปลอดภัยของชีวิตสำคัญที่สุด ให้ล็อกรถและอยู่ในรถ หากคู่กรณีมีอาวุธห้ามเปิดประตูหรือกระจกลงไปตอบโต้เด็ดขาด
2. บันทึกภาพและเสียง: ใช้กล้องหน้ารถ (Dashcam) หรือโทรศัพท์มือถือบันทึกคลิปวิดีโอเหตุการณ์ ใบหน้าของคู่กรณี ทะเบียนรถของคู่กรณี และลักษณะการก่อเหตุไว้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด
3. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที: โทรแจ้ง 191 เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ
4. เดินทางไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความดำเนินคดี: แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีใน "ข้อหาทำให้เสียทรัพย์" (ไม่ใช่แค่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน) และขอคัดสำเนาใบแจ้งความมาใช้งาน
5. แจ้งบริษัทประกันภัย: ติดต่อบริษัทประกันภัยทันทีเพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบความเสียหายและทำเรื่องเคลม โดยยื่นสำเนาใบแจ้งความและหลักฐานวิดีโอประกอบ
สรุป
เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทแล้วคู่กรณีทำลายรถยนต์เสียหาย หากคุณทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และไม่ได้เป็นฝ่ายร่วมทะเลาะวิวาทด้วย (เป็นผู้เสียหายฝ่ายเดียว) คุณจะสามารถเคลมประกันเพื่อซ่อมรถยนต์ได้ตามปกติ โดยบริษัทประกันจะไปไล่เบี้ยกับคู่กรณีเอง แต่หากคุณมีส่วนในการสมัครใจทะเลาะวิวาท หรือทำประกันชั้นอื่น ๆ (2+, 3+, 3) คุณจะต้องเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีด้วยตนเอง
ซื้อประกันภัยรถยนต์รู้ใจผ่าน มิสเตอร์เสริม (Mrserm.com) คุ้มค่าที่สุด
หากคุณต้องการความอุ่นใจในการขับขี่และกำลังมองหาประกันภัยที่คุ้มค่า แนะนำให้เลือกซื้อประกันภัยรู้ใจผ่าน มิสเตอร์เสริม (mrserm.com) ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นทางการ ซึ่งมอบความคุ้มค่าให้คุณถึง 3 ต่อ:
🎁 สิทธิพิเศษคุ้ม 3 ต่อ เมื่อซื้อประกันรู้ใจผ่าน Mrserm.com
- ราคาและโปรโมชั่นตรงจากรู้ใจ: เบี้ยประกันและข้อเสนอพิเศษทุกอย่างส่งตรงจากระบบรู้ใจ ไม่มีชาร์จเพิ่ม และได้รับแต้มสะสม Roojai Rewards ตามปกติ
- รับส่วนลด Cashback คืนเงินสด 5%: สิทธิพิเศษคืนเงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณทันที 5% ของค่าเบี้ยประกันสุทธิ หลังจากกรมธรรม์อนุมัติเรียบร้อยแล้ว
- ดูแลส่วนตัวโดย อรรถสิทธิ์ เสริมธนวิศาล: ผมเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจาก คปภ. (เลขที่ 6304013202) คอยเป็นที่ปรึกษา แนะนำการเลือกแผนประกันภัย และดูแลประสานงานตอนเคลมเพื่อให้คุณมั่นใจและปลอดภัยที่สุด
เช็คเบี้ยและซื้อประกันภัยรู้ใจออนไลน์
ประหยัดสูงสุด 30% คลุมครองทันที + รับสิทธิ์เงินคืนเพิ่ม 5% จากมิสเตอร์เสริม
Line ID: @mrserm